เพศ เมีย
พันธุ์ ชิสุผสม
สี ขาวแต้มดำ
ลักษณะนิสัย แสนรู้ เรียบร้อย เจียมตัว สงบเสงี่ยม แต่กล้าหาญ จงรักภักดี กตัญญูรู้คุณ รักย่า รักพ่อป้อมแบบถวายชีวิต
ที่มา เป็นลูกนังเงาะ กับเจ้าบอย มีพี่น้อง 4 ตัว ชิสุ/อึ่งเอาไปเลี้ยง/เม/หมิว
ผสมพันธุ์กับหมาบ้านแป๋ง-XXX มีลูก 1 ตัว ชื่อไอ้เสือ เพศผู้
เกิดเมื่อ
ตายเมื่อ
สาเหตุการตาย ช๊อค/หัวใจวาย
ชิสุมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก พ่อป้อมช่วยชีวิตไว้ได้ทุกครั้ง พ่อป้อมเดินไปไหนมาไหน ชิสุจะเดินไปด้วยและอยู่ในสายตาเสมอ "อย่างนี้หนูก็เหนื่อยทั้งวันซิลูก.. เพราะลูกไม่ได้พักผ่อนเลยน๊ะ" ความจงรักภักดีของหมา ความไม่ลืมพระคุณ ความซื่อสัตย์กตัญญู หรือแม้แต่การยอมพลีชีวิตแทนนาย ก็มีให้เห็นในชีวิตชิสุ หมาตัวน้อย ๆ ตัวนี้นี่แหละ
วันหนึง (ต้องค้นบันทึกว่าวันไหนปีไหน) ตอนพลบค่ำ หมาตัวเล็กได้แก่ เจ้าเบริด เจ้าหมิว เจ้าไทเกอร์ เจ้าลักกี้ เจ้าเพชร เจ้าเงาะ (เอ้.. รุ่นนี้มีใครอีกหว่า?) อยู่ในกรงใหญ่ทางเดินข้างสระน้ำที่เลี้ยงปลาหางนกยูง ซึ่งปัจจุบันทุบทิ้งไปแล้ว ปรากฏว่ามันเห่า.. เห่า.. เห่า..ซะจนน่ารำคาญ.. น่ารำคาญมากจริง ๆ ป้อมเลยตัดสินใจเปิดประตูกรงปล่อยหมาทั้งหมด ทันใดนั้นมันก็วิ่งดิ่งตรงไปยังเครื่องปั้มน้ำทั้งหมด ได้ยินเสียง"ฟอตตตต" เท่านั้นแหละ..งานเข้าเลย... มันล้อมกรอบงู ! ซึ่งแรกสันนิฐานว่าเป็นงูเห่า มันฉกชิสุด้วยล่ะ (เพราะภายหลังเห็นลิ่มเลือดติดที่ขน)..มันสู้ มันพยายามฉกหมา หมาก็หลบเก่งทุกตัว ป้อมได้แต่แหกปากลั่นให้ทุกคนเข้าบ้าน ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะพอสันนิฐานได้ว่าเป็นงูเห่า พอรู้ว่ามันพุ่งฉกได้ แม่ไปเอาปืนมาจากห้อง ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายลั่นชุลมุน ต้อม ป๋อง เจ กลับบ้านพอดีตอนมัน "ฟอตตตตต" แสดงว่าเสียงนี้ดังมากเลยล่ะ ทำงัยดีเอ่ย ก็เลยโทรไปหาแป๋งให้เกณฑ์หลอ จุ๊บ เข้ามา ทุกคนเอาไม้ถือติดตัวเข้ามา ไอ้จง เก้เก้ ๆ กัง ๆ ไม่กล้าเข้ามาร่วมสังเกตุการณ์ ความจริงใน 10 วินาทีที่เล่านี้ มันเป็นนาทีชีวิต นะ เป็นวินาที่ที่ความตายยืนตรงหน้า
งูมันขดลำตัวดันไปติดขัดกับท่อน้ำ จะยิงมั่วก็ปั้มน้ำจะชำรุด ในขณะนั้นมันก็แผ่แม่เบี้ยชูคอน่ากลัวมากเลย สรุปว่าต้องยิงมันทิ้ง ยิงออกไป 5 นัด โดนทะลุแม่เบี้ย 3 นัด ปรากฏมันหันหัวหาทางหนีตามขอบตะเข็บซีเมนต์ไปตรงต้นแก้วทางเดินไปทางคลอง แป๋งกับป้อมตามไปติด ๆ ด้วยอาการกลัว ๆ ลน ๆ แป๋งเอาไม้อะไรก็ไม่รู้ ฟาดลำตัว วินาทีนั้นไม้เสือกผุและหักกระเด็น บอกตรง ๆ ว่าที่กลัวมากคือกลัวมันหันมาฉกแป๋ง แต่แป๋งโฟกัสเป้าหมายคว้าไม่ที่หักฟาดลงไปอีก ตีซ้ำ ๆๆๆๆๆ จนงูนิ่งไป
เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน มั่วทั้งหมา มั่วทั้งคน มั่วทั้งสถานการณ์ สถานที่ ๆ ไม่อำนวยกับงาน อีกทั้งความมืด ขาดทั้งอุปกรณ์ไฟฉาย ขาดอุปกรณ์ต่อสู้ สารพัด หากวันนั้นตีงูไม่ตายก็คงอยู่กันไม่ได้แน่บ้านนี้ มันคงอาฆาตแน่ ๆ
หลังเหตุสงบปรากฎความยาวงู 4 เมตรกว่า เลยเอาเชือกผูกแขวนไว้กับต้นมะม่วง ด้วยแป๋งบอกว่า ไอ้พวกนี้มันมีคู่ เดี๋ยวคู่มันจะออกตามหา (ที่มาเลเซียเขาบอกว่างูมันจะมาอ่านภาพที่จอตาตัวที่ตายแล้วตามอาฆาตต่อ เฮ้อ..น่ากลัวมาก) ถ้ามันเห็นคู่มันตาย มันก็จะไป แต่ถ้ามันเห็นคู่มันโดนแร่กิน มันก็จะอาฆาตเหมือนคนงานไร่อ้อยที่สระบุรี ผัวตีงูในไร่ไปกิน ตัวเมียอาฆาตมาฉกกัดติดที่ข้อมือเมียผู้ชายคนนั้นที่เอางูตัวผัวไปกิน คนงานช่วยกันตีตายแต่เขี้ยวงูยังกัดคาข้อมือผู้หญิงคนงานอยู่เลย ภาพในหนังสือพิมพ์เป็นภาพที่เขาตัดคองูแล้วเอาผู้หญิงส่งโรงพยาบาล คือเป็นภาพหัวงูกัดคาข้อมืออยู่เลย(หากเจอรูปเจอเรื่องจะเอามาลงไว้ให้ดู)
เราแขวนงูอยูเกือบ 7 วัน กลิ่นคาวฟุ้งสนาม ฟุ้งบ้านไปหมด ในที่สุดก็เอาใส่ถุงพลาสติกผูกทิ้งไป
หลังจากนั้นมีอยู่วันหนึงที่ไปที่สถานเสาวภา เอาเจ้าบอยไปตรวจซากพิษสุนัขบ้า เลยแวะไปดูสวนงู สรุปว่างูที่เรายิงวันนั้นไม่ใช่งูเห่า แต่เป็นงูจงอาง เพราะลักษณะมันสีเทา เวลามันพองแม่เบี้ยไม่บานกลมเหมือนงูเห่า คือมันคล้ายพยายามแผ่แต่ไม่สุด ๆ เหมือนงูเห่า .. โฮ..สยองมากทีเดียว.. เฮ้อ..บ้านเราแท้ ๆ กลับมีความตายใกล้ตัว
ความจริงก่อนหน้ายิงงู 5 วัน 7 วัน ป้อมเห็นงูชนิดหนึ่งเรียวยาว เลี้ยฉิวไปตรงที่ตากผ้าบ้านต้อมตอนนั้นมีต้นมะยมอยู่ แล้วมันเหมือนแล่นวิ่งกันไป 2 ตัว แต่ที่ชัดเจนคือมันชูลำตัวได้ตั้งแต่ส่วนหำ เชิดลำตัวมองไปมองมา แล้วก็มุดเข้าไปใต่ซิเมนต์ซึ่งน่าจะเป็นโพลงท่อน้ำทิ้งจากห้องน้ำแม่ เที่ยวบอกเตือนทุกคนว่าวันนี้เห็นงูตรงนั้นตรงนี้ เพราะสิ่งที่กลัวคือลูกหลานและคนในบ้านจะตกอกตกใจหรือไปอยู่ในเขตอันตรายจะโดนมันกัดเอา ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีคนสนใจฟัง หรือฟังผ่าน ๆ แล้วปล่อยให้เราแก้ปัญหาเอง เพราะทุกครั้งที่เจองูกันก็ต้องเรียกป้อมไปตี ทั้งที่เราเป็นคนที่กลัวงูที่สุดฝังใจตั้งแต่เด็กมาแล้ว ตั้งแต่สมัยขี่จักรยานไปทับงูเขียวหน้าโรงเรียนจตุพร เพราะเชื่อว่างูต้องตามกลับมาอาฆาตเอาชีวิตเรา กลับมาบ้านซมเศร้าเพราะเรากำลังจะตายโถน่าสงสารตัวเอง ตอนนั้นน่าจะประมาณ ป.3 มั้ง เพราะต้องขี่จักรยานไปซื้อของร้านตาไหวหลังวัด
กลับมาพูดถึงวีรกรรมเจ้าชิสุ ดีกว่าว่า โดนงูฉกแต่โชคดีที่ไม่เข้า เหมือนไม่ได้ฝังเขี้ยว จึงรอดตายราวปาฏิหารย์ ทั้งที่เป็นกังวลและต้องดูความผิดปกติ ไม่รู้ว่าโดนฉกพิษเข้าตัวหรือเปล่า สรุปชิสุมีชีวิตรอดในครั้งนั้น
ชิสุไม่เคยห่างพ่อป้อมเลย แล้วจะไม่ให้พ่อรักได้อย่างไร วันที่ชิสุจะจากไป พ่อกลับมาจากข้างนอก เห็นแม่บอกวันนี้ชิสุมันไม่สบาย รอแกอยู่ พ่อป้อมรีบอุ้มแล้วพูดคุยถามอาการเจ้า "เป็นงัยลูก" "พ่อมาแล้ว" "ไม่เป็นไรนะ" "อดทนนะ" โถ..อุตส่าห์รอพ่อกลับมา ชิสุใจสู้ และสู้ได้จริง ๆ แต่พ่อได้ยินเสียงหัวใจลูกขาดดัง"ปึ๋ง" ลูกพ่อขาดใจตายซะแล้ว คาตักพ่อเลย พ่อป้อมเรียกชิสุเข้าบ้านทุกวัน ยังงัย ๆ เจ้าก็ยังอยู่เสมอ อยู่ในดวงใจพ่อนี่ไง
พ่อป้อมเอาธูป เทียน ดอกไม้ ใส่มือเจ้าให้ประนมมือ ไปกราบเท้าพระพุทธเจ้าบนสวรรค์ จัดการห่อร่างเจ้า ใส่กล่อง บรรจุอย่างดี ให้เจ้านอนอย่างสงบตรงต้นวาสนา แล้ววันใดเมื่อพ่อบวช พ่อจะมาโปรดเจ้า แล้วเอาร่างเจ้าไปจัดรวมกับญาติ ๆ ของเจ้าสักที่ให้สวยสง่างาม เป็นสัญญลักษ์ให้คนเห็นถึงความดีของเจ้า ความรัก คงวามกตัญญู รู้คุณ ที่นับวันจะหาไม่ได้ในหมู่มวลมนุษย์
"ขออธิฐานให้ดวงวิญญาณของเจ้า..
จงลอยไปเข้าสู่สรวงสวรรค์..
ชาติหน้ามีจริงแล้วค่อยเจอะกัน..
สุขจนชั่วนิรันดร์.. พบกันทุกชาติเอย.."ล
พ่อป้อมไม่เคยลืมเจ้าเลย.. ซ๊ากกกกกวัน...


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น